Great Books for Self Improvement & Inspiration

This page is where I put what I learn & what I <3 from many great books.
All content will be mostly in Thai




A. การเปลี่ยนกระบวนทัศน์เพื่อความสำเร็จของชีวิต (Rethink for a better life)
ทำไม เพราะ โลกเปลี่ยนแปลงเร็วมาก หน้ามือเป็นหลังมือ ความคิดเดิมๆ วิธีการเดิมๆ จึงใช้ไม่ได้อีกต่อไป (ถ้าอยากรวย)
อย่างไร ดูคนสำเร็จว่าเขาคิดอย่างไร ทำยังไง เรียนรู้จากเขาแล้วเอามาพัฒนาตนเอง ให้ประสบความสำเร็จได้สัก 10% ของเขาก็ยังดี
  • การคิดเหมือนเดิม ทำเหมือนเดิมทุกวันโดยหวังว่าสักวันหนึ่งมันจะดีขึ้น สักวันหนึ่งคุณจะรวย เท่ากับ คุณกำลังหลอกตัวเอง เพราะการทำเหมือนเดิมแต่ต้องการผลที่ต่างจากเดิมมัน "เป็นไปไม่ได้"
B. การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ ปรับวิธีคิด เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับคนที่ต้องการความสำเร็จของชีวิต (Paradigm Shift)

C. สร้างข้อได้เปรียบให้กับตนเองในการแข่งขันกับโลกยุคใหม่ (Learn to take advantage)
  • ความคิดในโลกยุค 10-20 ปีที่แล้วใช้สร้างตัวไม่ได้แล้ว "ขยัน ซื่อสัตย์ อดทน เรียนจบสูงมาจะได้มีงานดีๆ ทำ" แต่สิ่งที่เราพบเห็นในปัจจุบันคือ คนจบปริญญาโทตกงานมากมาย เรียนแทบตายแต่พอจบมาไม่มีอะไรให้ทำ
D. ทำไมต้องคิดใหม่ 
ถ้าวันนี้เรายังใช้ความคิดแบบเดิมๆ คือ ขยันอย่างเดียวแล้วจะสร้างชีวิตได้ = คิดผิด 
  • การวัดคุณภาพชีวิตสามารถวัดได้จากราคาทองคำ แต่ก่อนจบป.ตรี เงินเดือนเริ่มที่ 8,000 บาท ราคาทองคำบาทละ 4,000 ซื้อทองได้ 2 บาท เดี๋ยวนี้!! จบป.ตรี เงินเดือนเพิ่มเป็น 10,000 บาท ทองคำราคาบาทละ 25,000 ซื้อทองได้ไม่ถึง 2 สลึง "แสดงให้เห็นว่าแค่อยู่เฉยๆ ก็จนลงแล้วเห็นๆ" ค่าใช้จ่ายต่างๆ เปลี่ยนแปลง ขึ้นราคาใหม่ แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนเลยคือรายได้หรืออัตราการเริ่มต้นชีวิตของคนทุกคน  
  • นี่คือสิ่งที่เปลี่ยนไป สิ่งที่ทำให้เราคิดแบบเดิมไม่ได้แล้ว "ขยันอย่างเดียวไม่รวย" ทำงานหนักแล้วเก็บเงินอย่างเดียว "ชีวิตมีปัญหาแน่นอน"
  • การออมในยุคนี้ไม่ได้ทำให้คุณรวย แค่ทำให้คุณไม่อดเท่านั้นเอง
E. ชีวิตในอุดมคติ
ชีวิตในอุดมคติ = เรียนจบสูงๆ ได้งานดีๆ ทำงานเก็บเงินสัก 10 20 ปี มีครอบครัว เกษียณตอนหกสิบ แล้วก็ใช้ชีวิตแบบสบายๆ ชีวิตจริงของคนเรามันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น คิดจะสร้างชีวิตมันต้องวางแผน 

F. platform ใหม่ของชีวิต
  • ต้องมีกระบวนทัศน์ใหม่ วิธีคิดแบบใหม่ กล้าที่จะแตกต่าง กล้าย้อนศร ต้องมีวิสัยทัศน์เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของธุรกิจแฟชั่น (ธุรกิจแฟชั่น คือ มาแป๊บๆ แล้วก็หายไป ซึ่งต่างจากธุรกิจวิชั่น คือ สินค้าที่อยู่ได้นานกว่า เช่น สินค้าที่เกี่ยวกับความงามและสุขภาพ)
  • ต้องเข้าใจตนเองและเปรียบเทียบกับโลกข้างนอกได้ รู้ความต้องการของตนเองและมีแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ (ระลึกเสมอว่า เมื่อจบมาคุณไม่ได้แข่งกับคนที่เป็นเพื่อนร่วมชั้น แต่ต้องแข่งกับคนทั้งโลกเพราะการจ้าง outsource มีมากขึ้นๆๆๆ "เตรียมรับมือตอนเปิด ASEAN ได้เลย")
  • ต้องเตรียมตัวเองให้พร้อมกับเทรนที่จะเปลี่ยนแปลงทุกคนแบบฟ้าถล่มดินทลาย (เทรน คือ สิ่งที่คุณเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย มันก็จะเป็นไปตามนั้น) ตย. ทุกวันนี้เราเดินในห้างก็จะเห็นแต่สถาบันความงาม คลินิกต่างๆ บ่งบอกถึงยุคทองของ wellness "การปฏิวัติอุตสาหกรรมความงามและสุขภาพ" กระแสที่เกิดขึ้นทุกวันนี้เราเปลี่ยนมันไม่ได้
  • อยากประสบความสำเร็จ "ต้องมีแผนชีวิตที่ชัดเจน และมองอย่างละเอียด" อีกหน่อยคนเป็นพ่อเป็นแม่จะต้องทำงาน 2-3 งานเพราะของแพงขึ้นทุกวัน แต่มีรายได้เท่าเดิม (ไม่พอกินนั้นเอง) เราจะต้องสร้างชีวิตกันเร็วขึ้นเพราะโลกมันบีบ การแข่งขันมันสูง "คุณจะเห็นตัวอย่างจากรุ่นพี่ที่เรียนจบ ทำงานแล้วแต่ยังส้รางชีวิตไม่ได้ หรือที่แย่กว่าคือยังไม่มีงานทำ อายุ 30 ยังขอตังค์พ่อแม่ใช้อยู่ มันจะกระตุ้นให้คุณคิดที่จะเริ่มสร้างชีวิตเร็วขึ้น เป็นเทรนในอนาคตสำหรับคนรักดี
  • ต้องรวยและประสบความสำเร็จเร็วกว่ารุ่นพ่อแม่ของเรา ยุคนี้ "อายุจะบอกแค่ว่าคุณอยู่บนโลกนี้มานานเท่าไหร่ ไม่ได้บอกว่าคุณจะสำเร็จในชีวิตยังไง" In the future คุณจะเห็นเด็กอายุ 18 ปีมีรายได้เดือนละเป็นล้าน ในขณะที่คนจบป.ตรีหาเงินผ่อนรถผ่อนบ้านยังไม่พอ คนทั่วโลกร่ำรวยจากการใช้ประโยชน์จากการออนไลน์ เราก็ทำได้เช่นกัน "ใช้มันให้ถูก"
G. เศรษฐกิจบนฐานความรู้ "ยิ่งรู้ยิ่งดี"
การที่เราเลือกถูก หรือ ผิดนั้นขึ้นอยู่กับข้อมูลที่เราได้รับในแต่ละวัน ได้ข้อมูลแบบไหนก็ตัดสินใจแบบนั้น ข้อมูลดี.....ความรูดี.....การตัดสินใจดี
ข้อมูลถูกต้อง.....ความรู้ถูกต้อง.....การตัดสินใจถูกต้อง
ข้อมูลผิด.....ความรู้ผิด.....การตัดสินใจผิด
ทั้งชีวิตรับแต่ข้อมูลที่ไม่มีคุณภาพ ความรู้ก็ไม่มีคุณภาพ การตัดสินใจก็ไม่มีคุณภาพ "ชีวิตจึงเติบโตอย่างไม่มีคุณภาพ" 

H. ข้อมูลผิดยุดใช้ทำกินไม่ได้
การเลือกบริโภคข้อมูล สื่อ หรือสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา เป็น ตัวบ่งบอกอนาคตของเรา
  • เพื่อนที่คบ "คบเพื่อนแบบไหน ชีวิตจะเป็นแบบนั้น" ถ้าวันๆ เพื่อนคุณไม่ทำมาหากินอะไร ทั้งวันมีแต่กิจกรรมที่ใช้เงิน วิตคุณหายนะแน่นอน กลับกัน ถ้าเพื่อนคุณเป็นคนขยัน อยากเป็นเถ้าแก่ อยากสร้างชีวิตเสร็จเร็ว ชีวิตคุณก็มีสิทธิ์รุ่งเรือง
  • หนังสือที่คุณอ่าน 
    • สื่อในวิชาชีพตัวเอง "เมื่อติดอยู่กับวิชาชีพตนเอง ต้องดูด้วยว่ามันทำกินในยุคนี้ได้หรือเปล่า" หลายๆ คนเลือกสิ่งที่เคยดี อาชีพที่เคยเวิร์กเมื่อ 10 20 ปีก่อน ต้องคิดให้รอบคอบเพราะสิ่งที่เราเลือกในวันนี้ คือ "สิ่งที่กำหนดอนาคตของเรา" สรุปประเด็น!!! อย่าเสียดาย 4 ปีที่เรียนมา อย่าเสียดาย 10 ปีที่ทำงานมา แต่จงเสียดาย 50 ปีที่เหลือของชีวิต
    • สื่อความบันเทิง ทุกวันนี้มีเยอะมาก ถ้าคุณไม่ตั้งสติดีๆ คุณไม่มีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน "ถ้าคุณโฟกัสที่ความบันเทิง เน้นความสนุกมากกว่าวิชาชีพ ส่วนใหญ่เป็นหนี้บัตรเครดิตครับ" ความสำเร็จของคนไม่ได้อยู่ที่ว่ามีรายได้เท่าไหร่ แต่สำคัญที่ว่ามีรายได้เหลือเท่าไหร่
    • สื่อที่ชอบเป็นพิเศษ มีข้อมูลมากมายให้คุณค้นหา ทุกด้านที่อยากรู้ แต่สำคัญที่สุดคือ "สิ่งที่คุณชอบเป็นพิเศษ มันทำเงินได้หรือไม่" 
  • สื่อรอบตัว "รู้เรื่องดาราคนอื่น โน่นนี่แล้วมันทำให้ชีวิตดีขึ้นยังไง" รีบเพิ่มความสามารถให้ตนเอง เพิ่มมูลค่าให้ตนเอง คนที่รวยๆ เดี๋ยวนี้ เขารวยจากการขาย goodwill ขาย know how สร้างเครือข่ายกันแล้ว "ชีวิตเราไม่ได้มีเวลาเยอะ เราต้องประสบความสำเร็จเร็ว ตั้งแต่อายุยังน้อย จึงต้องเลือกบริโภคสื่อที่ใช"
I. ทำไมโลกจึงมีแต่คนจน แล้วคนจนชีวิตมันผิดพลาดตรงไหน  
คนรวยทำไมรวยต่างกับคนจนเยอะจัง แล้วคนรวยคิดยังไง เพราะถ้าคิดเหมือนคนจนก็ต้องไม่รวยสิ กระบวนทัศน์ของพวกเรากับคนรวยจึงต่างกัน" เดี๋ยวนี้นโยบายบริษัทจ่ายตังค์ให้คนทำเงินเข้าบริษัท ไม่ได้จ่ายตังค์ให้คนเรียนสูง การเรียนสูงไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดอีกต่อไปแล้วเพราะโลกมันเปลี่ยนไป
 
J. Rethinking the Future คิดใหม่เพื่ออนาคต
เลิกเรียนรู้ที่จะจัดการอนาคตโดยดูจากสิ่งที่เราทำมาในอดีต = ความสำเร็จเดิม ๆ ใช้ไม่ได้แล้ว

K. Why we want you to be rich?
ผลสำรวจประชากร (In USA) ตอนอายุ 65 ปี  
  • 36%  เสียชีวิตก่อนวัยอันควร 
  • 54%  มีเวลาทั้งชีวิตให้สร้างอนาคต แต่สร้างไม่ได้ เป็นภาระ อยู่ด้วยตนเองไม่ได้ “คนไทยจำนวนมากอายุ 30 ปียังแบมือขอเงินพ่อแม่อยู่เลย บางคนจบป.โท ยังหาเงินใช้เองไม่เป็นเลย >>> ถ้าไม่วางแผนชีวิตให้ดี อนาคตคุณเป็นแบบนี้แน่นอน" 
  • 5%   แก่ แต่ยังต้องทำงานอยู่ (เกิดมาเพื่อทำงานหนัก แล้วก็ตายอย่างทรมาน) เงินทีหามาด้วยความยากลำบากทั้งชีวิตหมดไปกับหมอและโรงพยาบาล “วันนี้ยังเอาตัวไม่รอด แล้ววันพรุ่งนี้มันจะดีกว่าวันนี้ได้อย่างไร ชีวิตที่ไม่มีการวางแผน ไม่มีทางมีอนาคตที่ดี No Plan No Acting" 
  • 4%   มีความเป็นอยู่ที่ดี
  • 1%   เป็นเศรษฐี
  • 95%  ผ่อนบ้าน ผ่อนรถเสร็จแล้วก็ตาย 
ถ้าต้องการจะเป็นส่วนน้อยของสังคม “ต้องคิดและทำไม่เหมือนคนส่วนใหญ่ในสังคม” ต้องคิดและทำด้วย เงินไม่ใช่ทุกอย่าง แต่เงินสำคัญ” สำคัญวันไหนรู้มั้ย วันที่พ่อแม่ไม่สบายจะให้นอนรักษาที่ไหน โรงพยาบาลที่ดีที่สุด หรือ จะให้นอนห้องเดี่ยวเตียงสิบ ใครจะดูแลพ่อแม่เราก็ได้ หมอจบใหม่ไม่มประสบการณ์+ยาใกล้หมดอายุเหร เงินไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต แต่มันทำให้คุณซื้อคุณภาพของชีวิตได้ คนที่คิดว่าเงินไม่สำคัญ ตลอดชีวิตของคนพวกนี้จะไม่มีทางมีเงิน “คนสองจำพวกที่บอกว่าเงินไม่สำคัญ คือ คนที่ไม่มีเงินกับคนที่หาเงินไม่เป็น”
 
L. เหตุผลที่ทำให้คนไม่รวย ไม่ประสบความสำเร็จ
  • ไม่รู้ว่าชีวิตลิขิตได้ ตอนเกิดคุณเลือกไม่ได้แน่นอน หาเหตุผลต่างๆ นานา เพื่อทำให้ตนเองจนต่อไป “ความจนไม่ใช่พันธุกรรมนะมันแก้ไขได้" หลังจากเกิดมาแล้วคุณลิขิตชีวิตของตนเองได้ อย่ามัวแต่โทษฟ้า โทษฝน หรือโทษคนอื่น คุณเกิดมาจนไม่ใช่ประเด็นถ้าคุณขยัน ปรับตัวเอง หาโอกาสเพิ่ม คูรก็สามารถรวยและประสบความสำเร็จได้ 
  • ทำแต่สิ่งที่ชอบที่ถนัด ชีวิตคนเราเลือกแต่สิ่งที่ชอบที่ถนัดไม่ได้หรอก มันต้องผสมกันระหว่า “สิ่งที่ต้องทำกับสิ่งที่ชอบทำ” ทำสิ่งที่ชอบสิ่งที่ถนัดไม่ผิด ทำตามความฝันไม่ผิด แต่คุณต้องประสบความสำเร็จด้วย อยากติสท์ ติสท์ได้ แต่อย่าติสท์กับชีวิตเพราะชีวิตไม่มีเวลาให้พลาด ถ้าทำสิ่งที่ชอบ สิ่งที่ถนัดแล้วสำเร็จก็โชคดี แต่ถ้าไม่ คุณต้องหันหน้ามาทำสิ่งที่สร้างชีวิตบ้าง   
  • ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง โลกเปลี่ยนแปลงทุกวัน แต่คนบางคนไม่ยอมเปลี่ยน “กูเป็นของกูแบบนี้” ถูกต้องก็เพราะมึงเป็นของมึงแบบนี้ ชีวิตมึงเลยมาได้แค่นี้ไง 
  • อยู่ในกติกาที่ไม่มีทางชนะ
    • ตย. ขับรถแท็กซี่ ทั้งเดือนได้ 30,000 บาท ถ้าอยากได้ 60,000 ต้องขับ 2 คัน แสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าคุณจะขยันมุ่งมั่นมากแค่ไหน รายได้เต็มที่ยังไงก็ไม่เกินเดือนละ 30,000 บาท เพราะคนเรามีแรง มีเวลาที่จำกัด ต้องเลือกงานที่ทำแค่ 8 ชั่วโมง 10 ชั่วโมง แต่มีรายได้เข้ามาตลอด 24 ชั่วโมง 
  • ไม่มีเวลานึกถึงอนาคต อนาคตเป็นสิ่งสำคัญมาก คุณได้ลงรายละเอียดหรือเปล่า ว่าต้องทำอะไร ทำยังไง เริ่มต้นเมื่อไหร่ เพราะการลงรายละเอียดให้อนาคตไม่เท่ากัน ปลายทางชีวิต......มันถึงไม่เท่ากัน 
  • อย่าเป็นพวกฉลาดลึก คือเรื่องที่ไม่ควรรู้ก็รู้ทุกเรื่อง แต่เรื่องที่ควรรู้ ดันไม่รู้เรื่องเลย” อย่าเรียนเก่งอย่างเดียว ต้องมีวุฒิภาวะในการใช้ชีวิตด้วย คิดถึงอนาคตด้วย ทำไมทำงานหนักแล้วได้เงินน้อยลง ทำงานหนักแล้วไม่มีเงิน เคยถามตัวเองไหมว่า ทำไมทำงานหนักโครตๆ แล้วกลับโครตดึก ยุ่งจนไม่มีเวลาทำอย่างอื่น แต่เป็นหนี้บัตรเคดิต “เราต้องคิดนะ ถ้าเราไม่คิด ใครจะมาคิดให้เรา มันเป็นเรื่องของเรา อนาคตของเรา ชีวิตของเราแล้วคุณจะให้ใครมาคิดให้คุณ” 
    • ทุกคนมีเวลาเท่ากัน แต่การบริหารเวลากับการใช้เวลาไปหาเงินต่างหากที่ต่างกัน 
    • ถ้าอยากเป็นคนมีฝีมือ ต้องมีเวลานึกถึงอนาคตอย่างจริงจัง วางแผนให้ดี ให้รอบคอบ ทำไมเด็กไทยถึงเรียนเก่งแต่ไม่ประสบความสำเร็จในการสร้างชีวิต”  เพราะเราสอนเด็กผิดเรื่องการตั้งเป้าหมายชีวิต เราสอนให้เด็กตั้งเป้าหมายแค่ครั้งเดียวในชีวิตคือเอ็นทรานซ์ให้ติด พอติดแล้วไม่รู้จะทำยังไงต่อ NO Future  

M. Check กระบวนทัศน์สิว่าถูกต้องไหม 
ความต้องการและความฝัน + เวลา >> เป้าหมาย >> แผนงาน หรือ เครื่องมือ >>> เช็คทุกวัน >> ลงมือทำ >> วิเคราะห์ผล >>> มาดูแผนงาน หรือเครื่องมือที่มี >>> หากต้องแก้ไขให้แก้ แล้วลงมือทำ
  • การสร้างอนาคต การสร้างชีวิตที่ดี ถ้าคุณไม่วางแผน คุณไม่มีสิทธิ์ได้ครับ การวางแผนชีวิตไม่เป็นทำให้ชีวิตไม่ประสบความสำเร็จ :) ความฝันที่ไม่มีระยะเวลากำหนด = เพ้อฝัน 
N. วิเคราะห์ความสามารถตัวเอง
ตย. ระยะเวลา 10 ปี กับเงิน 10 ล้าน ก็ต้องเก็บให้ได้ปีละ 1 ล้าน เดือนนึงจะเกือบ 100,000 
  • นี่คือเหตุผลว่าทำไม “ต้องหาอะไรทำเพิ่ม”   
  • วิเคราะห์ความสามารถของตนเอง อาทิตย์นี้กับอาทิตย์ที่แล้วมีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง มีอะไรพัฒนาไปบ้าง ชีวิตต้องดีขึ้นสิ ถ้ามาถูกทาง 1 ปีที่ผ่านมาชีวิตต้องดีขึ้น ต้องคิดต้องวิเคราะห์ตนเองเพื่อพัฒนาให้ดีขึ้น ให้เก่งขึ้นทุกวัน
  • เรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิตมี 2 เรื่องคือการวางแผนชีวิต+การวางแผนการเงิน ต้องสอนให้เด็กรู้
  • การสร้างชีวิต การสร้างอนาคตต้องมีบ้านและรถเป็นของตนเอง แต่แค่บ้านและรถต้องผ่อนเดือนละ 57,000 บาท ลำพังทำงานกินเงินเดือนอย่างเดียว เมื่อไหร่เราถึงจะเริ่มต้นสร้งชีวิตได้เนี่ย ต้องผ่อน 20 ปี ห้ามเจ็บ ห้ามป่วย ห้ามตาย เจ็บ ป่วย ตาย = โดนยึด
O. ตัวอย่างคุณภาพชีวิตที่ด
  • บ้าน     20 ล้าน 
  • ถ     10 ล้าน 
  • เงินเก็บ ค่าดูแลตนเอง พ่อแม่ ลูก     40 ล้าน 
  • ท่องเที่ยว     20 ล้าน 
  • รวมทั้งหมด             90 ล้าน

บ้านดีๆ บ้านในฝัน รถเจ๋งๆ รถครอบครัว เงินเก็บไว้ดูแลตนเอง พ่อแม่ไม่สบาย ส่งลูกเรียนโรงเรียนอินเตอร์ ค่าจิปาถะโน่นนี่ ใช้ 40 ล้าน ใช้ทั้งชีวิตนะ :)

P. วิถีสอนแบบเก่าทำให้เราเคว้งคว้าง
  • ตามใจ เอาแต่ใจ....ทำอะไรไม่เป็น
  • ไม่มีหลักยึด = สอนให้เรียนเก่งๆ ไม่ได้สอนให้วางแผนชีวิต ให้สร้างธุรกิจ บมาต้องไปของานเขาทำ เขาไม่ให้ทำ = เคว้ 
เราสอนให้ทุกคนคิดเหมือนกัน และคิดเหมือนเดิม “ไม่ได้คิดสร้างสรรค์และไม่มีหลักยึดในการสร้างอนาคต….สร้างธุรกิจ......สร้างชีวิต”   

Q. สอนให้เด็กมีความรู้ แต่ไม่มีความคิด
เดี๋ยวนี้จบป.ตรี กับ ป.โท เงินเดือนต่างกัน 500 บาท เรียนเกือบตายได้เพิ่มเท่านี้ ไม่ใช่ไม่ดี แต่ปริญญาโทไม่ใช่ข้อสรุปของชีวิต ไม่ใช่ว่าจบ ป.โทแล้วชีวิตจะต้องประสบความสำเร็จ ไม่สำคัญว่าคุณมีความรู้เท่าไหร่ “มันสำคัญที่ว่า.....คุณมีความคิดหรือเปล่า” คนที่มีความคิดจะเป็นเถ้าแก่จบป.4 ก็เป็นได้ คนที่จบปริญญาโทแต่คิดจะเป็นลูกจ้าง มันก็เป็นลูกจ้าง....ทั้งชีวิต "อยากรวยต้องยอมเหนื่อย"  

R. ใช้ความคิดเดิมๆ วิถีการเดิมๆ ที่มันใช้สร้างอนาคตไม่ได้แล้วในโลกยุดใหม่
ตย. เก็บตังค์ฝากแบงค์กินดอก
       เงิน 1 ล้าน ดอกเบี้ย 0.75% = 1,875 บาทต่อเดือน
       เงิน 10 ล้าน = 18,750 บาท (พอกันตายล่ะ)
“10 ล้านไม่ได้หาง่ายๆ นะ ขี้แตกกันเลยทีเดียว นี่คือเหตุผลที่บอกว่าความคิดเดิมๆ ไม่เวิร์คแล้ว.....เราคิดแบบเดิมๆ ไม่ได้แล้ว”
 
S. ชีวิตแตกต่าง.......เพราะทางที่เดิน 
การเป็นลูกจ้างมันไม่มีทางรวย ไม่มีทางสร้างอนาคตได้ ทำอะไรก็สู้ทำธุรกิจไม่ได้ ถ้าสู้ไม่ถอยยังไงก็รวยแน่นอน จะรวยมากหรือรวยน้อยเท่านั้นเอง 

T. รูปแบบธุรกิจในโลกยุใหม่ที่ทำให้คนเป็นเศรษฐีตั้งแต่อายุยังน้อย
  • สมัยนี้ต้องหากินกับผู้หญิงและคนแก่ (Wellness + ความสวยความงาม)
  • กระบวนทัศน์ในการทำธุรกิจ
    • ต้องมีหุ้นส่วนที่ยิ่งใหญ่ 
    • ต้องมี outsource 
    • มีเครือข่ายการจัดจำหน่ายเป็นของตนเอง (หาให้ได้เยอะๆ)
U. อุปนิสัยแห่งความสำเร็จ
  • ตื่นแต่เช้า ^^ ดียังไง?? ให้คิดง่ายๆ ..... เดินออกจากบ้านก่อนคนอื่น เจอเงินตกอยู่ก็เก็บได้ก่อน
  • ล้มแล้วลุกเดินหน้าต่อ เดินๆๆๆ ลุยๆๆๆๆ
  • ปรัชญาจีน
    • ขอซื้อแขนขวา 100 ล้านยังไม่ขา “แล้วเอาตัวทั้งตัว รวมหัวสมองไปให้เขาเช่า เดือนละเท่าไหร่ก็ไม่รู้มันคุ้มเหรอ” >>> จงมองเห็นคุณค่าของตนเอ
    • ไปทำงานให้คนอื่น 8 ชั่วโมง กับ ทำให้ตนเอง 8 ชั่วโมงมันเหมือนกันนะ  “ไม่ใช่ทำงาน 8 ชั่วโมงได้เงิน 26,000 แล้วดีใจ แต่กับ 8 ชั่วโมงที่ทำให้ตนเองได้เงิน 100,000 อะ” 
    • คนส่วนใหญ่ทำงานหนักทั้งปี ยังเก็บเงินไม่ได้ 30,000 บาทเลย ชีวิตที่ออกไปทำงานคือการขาย ขึ้นอยู่กับว่าคุณขายอะไร ขายแรงงาน ขายสมอง ขายของ หรือขายเวลา สุดท้ายก็คือการขาย 
V. เจ๊กสอนหลาน
ถ้าเราปลูกต้นแอปเปิ้ลในที่คนอื่น ยังไงก็สู้ปลูกต้นตะขบในที่ของตนเองไม่ได้ เพราะการปลูกแอปเปิ้ลในที่ของคนอื่น เวลาลูกออกมาแล้วจะไปเอาลูกแอปเปิ้ลที่เราปลูกมากับมือ ยังต้องซื้อมันเลย ไม่เหมือนกับการสร้างทรัพย์สินในที่ของเราเอง เราปลูกต้นตะขบไว้ 10 ต้น เก็บกินไปจนตาย กินถึงลูกหลานโดยไม่ต้องซื้อ

*งานทุกงานมีเกียรติในตนเอง แต่สิ่งที่จะได้จากการทำงานเนี่ย เราต้องรู้ว่ามันได้มากน้อยแค่ไหน มันสร้างอนาคตได้มั้ย ก่อนจะตัดสินใจลงมือทำ*

 *********************************************************


Coming soon!!




     

No comments:

Post a Comment